Category Archives: ศูนย์การเรียนรู้

STOCHASTICS คืออะไร

STOCHASTICS  คือ ดัชนีวัดการแกว่งตัวของราคาที่ศึกษาความสัมพันธ์ การเคลื่อนไหวของราคาในช่วงเวลาหนึ่ง ๆ กับราคาปิด โดยมาจากข้อสังเกตที่ว่า ถ้าการสูงขึ้นของราคาหุ้นนั้นมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อไป ราคาปิดของหุ้นนั้นจะอยู่ใกล้กับราคาสูงสุด แต่ถ้าราคาของหุ้นมีแนวโน้มลดต่ำลง ราคาปิดจะอยู่ในระดับเดียวกับราคาต่ำสุดของวัน
ถ้าราคาหุ้นกำลังจะเปลี่ยนทิศทางจาก “ขึ้น” เป็น “ลง” เรามักจะพบว่าราคาในระหว่างชั่วโมงการซื้อขายอาจจะสูงขึ้น แต่ราคาปิดจะอยู่ใกล้เคียงกับราคาต่ำสุดของวัน แต่หากราคาหุ้นกำลังจะเปลี่ยนทิศทางจาก “ลง” เป็น “ขึ้น” ราคาปิดจะมีราคาใกล้เคียงกับราคาสูงสุดของวัน แม้ว่าในระหว่างชั่วโมงซื้อขายราคาอาจจะลดต่ำลง
ความสัมพันธ์ระหว่างราคาสูงสุด-ต่ำสุดกับราคาปิด ได้ถูกนำมาพัฒนาเป็นสูตรสมการในการดูแนวโน้มขึ้น หรือลงของราคาหุ้นในช่วงสั้น ๆ โดยนำมาใช้ดูว่า ราคาปิดอยู่ที่ระดับกี่เปอร์เซ็นต์ของช่วงราคาที่ซื้อขายในช่วงระยะเวลาหนึ่ง

 

หลักการเบื้องต้นในการคำนวณ  STOCHASTICS
เครื่องมือ  STOCHASTICS  ประกอบด้วย
     เส้น %K เป็นเส้น  STOCHASTICS
     เส้น  %D  เป็นเส้นค่าเฉลี่ยของเส้น  %K
            %K       =         ราคาปิด (วันนี้) – ราคาต่ำสุด (ในช่วง n วัน)        
                              ราคาสูงสุด (ในช่วง n วัน) – ราคาต่ำสุด (ในช่วง n วัน)
            %D       =   ค่าเฉลี่ย (n วัน) ของค่า  %K

【中古】W)taps 2008AW「ACNE」中綿スタッズレザージャケット ブルゾン ブルー サイズ:S 【100117】(ダブルタップス) Versace Collection メンズ ジーンズ ジーパン デニム Black V600284 ◇(業務用30セット) サンビー 連結式ゴム印/エンドレススタンプ ティファニーシグネチャー ダイヤリングK18YG 約9.5号アクセサリー 【中古】  

หลักการอ่าน  STOCHASTICS
สัญญาณเตือน “ซื้อ” เกิดขึ้นเมื่อเส้น  STOCHASTICS เข้าเขต  OVERSOLD ที่บริเวณระดับต่ำกว่า 20% และควรซื้อเมื่อเกิดสัญญาณ “ซื้อ” จากการที่เส้น %K ตัดเส้น %D ขึ้น
สัญญาณเตือน “ขาย” เกิดขึ้นเมื่อเส้น STOCHASTICS เข้าเขต OVERBOUGHT ที่บริเวณระดับสูงกว่า 80% และควรขายเมื่อเกิดสัญญาณ “ขาย” จากการที่เส้น %K ตัดเส้น %D ลง

(業務用30セット) シヤチハタ 回転ゴム印 NFB-4G 欧文飛日付4号【代引不可】 ジョインテックス 応接チェア HR-C0680 グリーン 1人掛け シャネル バッグ 92215【中古】 【中古】 Mouse LuvBook F LB-F571SN i7 6500U 2.5GHz 8GB HDD500GB Win10 Home 64bit 15.6型 ノート PC T2551610  

image003stochastic

Tags:,

วิธีใช้ RSI

RSI คืออะไร จะใช้ในการเทรด forex อย่างไร?

RSI คืออะไร วิธีใช้ RSI

 

คำว่า RSI มาจากคำเต็มที่ว่า Relative Strange index หรือเป็นค่าที่บอกให้เห็นปริมาณการซื้อหรือขาย โดยมีการคำนวณมาจากความเร็วของการเคลื่อนที่ของราคา ตัวเลขที่นำมาใช้ในการวัดค่า RSI คือเลข 0-100 โดยค่านี้จะถูกนำมาประกอบกับการตัดสินใจในการเทรดหุ้น หรือการเทรด forex นั่นเอง วิธีใช้ RSI

วิธีการสังเกตค่า RSI

สำหรับการสังเกตค่า RSI นั้นในการเทรดหุ้นจะมีการสังเกตในลักษณะดังนี้

1.หากค่า RSI มีค่ามากกว่า 70 ขึ้นไป แปลว่า เกิดภาวการณ์ซื้อมากเกินไป(OVERBOUGHT) ซึ่งถือเป็นสัญญาณว่า อาจเกิดแรงเทขายออกมาได้ อันมีผลให้ราคาลงมานั่นเอง แต่ไม่ได้แปลว่าพอค่า RSI ขึ้นไปถึง 70 แล้วเราต้องรีบขายนะครับ มันเป็นคนระเรื่องกัน เพราะเราเอาค่า RSI ไว้สำหรับการพิจารณาเฉยๆครับ

2.หากค่า RSI มีค่าต่ำกว่า 30 แปลว่าเกิดภาวะที่ตรงกันข้ามคือขายมากเกินไป(OVERSOLD) อาจกลายมาเป็นแรงซื้อกลับเข้ามาในตลาดได้ อันส่งผลให้ราคานั้นเด้งกลับขึ้นไปนั่นเอง ดังนั้นหากราคาคงมาต่ำกว่า 30 คุณก็เพียงแต่พิจารณาว่ามันเหมาะสมหรือไม่ประการใดเท่านั้นที่จะดำเนินการบางอย่าง

【GUCCI】グッチ 腕時計メンズウォッチ 3針+カレンダー Gタイムレス黒ブラック ya126211 วิธีใช้ RSI [TKG16-1041] 手彫物相型 五ツ取り (サクラ材)菊

วิธีใช้ RSI

【5月29日 お値段見直しました】【中古】BALMAINバイカーデニム グレー サイズ:28 ทั้งนี้ต้องใช้ประกอบกับ อินดิเคเตอร์ ตัวอื่นๆเพื่อช่วยยืนยันสัญญาณการซื้อขายด้วยนะครับเพื่อความแม่นยำ PRADA(プラダ) ショルダーバッグ グリーン PVC/O01137【中古】

Tags:,

การสร้างเส้นแนวโน้ม (Trendline)

เส้นแนวโน้ม (TREND LINE)

หมายถึง ทิศทางของราคาที่มีการเคลื่อนที่ไปในแนวทางใดทางหนึ่ง ตามแนวโน้มนั้น ๆ ทำให้เราทราบถึงแนวโน้มของราคาในอนาคต เราสามารถนำเส้นแนวโน้มไปหาแนวต้าน, แนวรับ หรือหาทิศทางของราคา ถือเป็นหลักการเบื้องต้นที่ควรรู้ก่อนที่ จะใส่อินดีเคเตอร์ อะไรลงไป ใน Chart เพราะจะทำให้คุณทราบถึง แนวโน้ม แนวรับแนวต้านก่อนที่จะใช้เครื่องมือ อื่นๆ หรือ Indicator เพื่อ คอนเฟิร์ม สัญญาณ

                 ในทุกๆ Time frame สามารถที่จะ ลากเส้น Trend line ได้ทั้งหมด เพราะ สิ่งที่คุณต้องรู้ก่อน เทรด ทุกครั้งก็คือแนวโน้มใน Time Frame ที่ใหญ่ก่อนค่อยเรียงไปหาเล็ก

 

ข้อแนะนำในการลากเส้น Trend Line

 มีข้อแนะนำทั่วไปในการลากเส้น Trend Line ที่หลังจากลากเส้น Trend Line ขึ้นมาแล้วน่าจะเป็นเส้นที่ให้ไอเดียในการเทรดที่ดี จะมีวิธีการลากกันแบบนี้ครับ

  1.  ควรจะ… ลากเส้นเชื่อมจุดต่ำสุด สำหรับเส้น Trend Line ขาขึ้น และลากเส้นเชื่อมจุดสูงสุดสำหรับ Trend Line ขาลง
  2. ลากเส้น Trend Line ที่เชื่อมได้แค่ 2 จุด  อย่าเพิ่งดีใจ!! ยังเอาไปใช้งานได้ไม่ดี เราจะให้เครดิตเป็นแค่เพียง Tentative Trend Line แต่ถ้าลากเส้นเชื่อมได้ 3 จุดขึ้นไป ถึงจะเป็น Valid Trend Line ซึ่งเอาไปใช้งานได้ดีกว่า
  3. นิยมลากเส้นขนานเส้นแนวโน้มควบคู่กันไปด้วย ถ้าทำได้ แต่ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไรอีกเช่นกัน เพราะบางทีกราฟก็จะขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่ในกรอบเส้นขนานที่ลากได้ บางทีก็ไม่อยู่ในกรอบ
  4. ถ้าเป็นไปได้”… เส้น Trend Line ขาขึ้น พยายามลากเส้นให้ไม่มีช่วงเวลาไหนเลยที่ราคาจะต่ำกว่าเส้น Trend Line และเส้น Trend Line ขาลง ก็เหมือนกัน พยายามให้ไม่มีช่วงเวลาไหนเลยที่ราคาจะสูงกว่าเส้น Trend Line ขอย้ำว่า ผมใช้คำว่า ถ้าเป็นไปได้ ไม่ใช่ต้องทำให้ได้!! ทำไม่ได้ก็ไม่ผิดนะ ถ้าลากเส้น Trend Line แล้วราคามีเบรก Trend Line บ้าง วับ ๆ แวม ๆ แต่ลากสัมผัสได้หลายจุดมากกว่า
  5. ถ้าจะให้ดี”… จุดเริ่มต้นของ Trend Line ควรเป็นจุดสุดท้ายก่อนการเปลี่ยนแปลงแนวโน้ม ถ้าไม่ได้ไม่เป็นไร

uptrend-11

การวิเคราะห์แนวโน้ม Trend Line การลากเส้น Trend line

การวิเคราะห์แนวโน้มสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะ คือ

  • แนวโน้มขึ้น (UPTREND)
  • แนวโน้มลง (DOWNTREND)
  • แนวโน้มที่เคลื่อนตัวไปทางด้านข้าง (SIDEWAYS TREND)

1.แนวโน้มขึ้น (UPTREND)

มีรูปแบบที่จุดยอดของราคาที่ขึ้นไปในแต่ละครั้งจะสูงกว่ายอดเก่า และราคาต่ำสุดที่ลดลงในครั้งใหม่จะสูงกว่าครั้งก่อน โดยเส้นแนวโน้มขึ้น (UPTREND LINE) จะเป็นเส้นตรงที่ลากผ่านจุดต่ำอย่างน้อยสองจุดในแนวขึ้น โดยไม่ควรมีจุดฐานที่ต่ำกว่าเส้นแนวโน้มขึ้นดังกล่าว ต่อมาหากราคาตกทะลุผ่านเส้นแนวโน้มนี้ เป็นการบอกถึงแนวโน้มของกราฟจะเปลี่ยนเป็นขาลง

– ราคาจะขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่เรื่อยๆ การลากเส้น Trend line
– มีการย่อลงบ้าง แต่จะกลับขึ้นไปอีก และไม่ทำ Low ใหม่ที่ต่ำกว่าเดิม )
– ระยะการขึ้นมากกว่าลง

2.แนวโน้มลง (DOWNTREND)

มีรูปแบบที่จุดยอดของราคาที่ขึ้นไปในแต่ละครั้งจะต่ำกว่ายอดเก่า และจุดต่ำสุดของการลดลงครั้งใหม่จะต่ำกว่าครั้งก่อน โดยเส้นแนวโน้มลง (DOWNTREND LINE) จะเป็นเส้นตรงที่ลากผ่านจุดสูงสุดอย่างน้อยสองจุดในแนวลง โดยไม่ควรมีจุดยอดที่สูงกว่าเส้นแนวโน้มลงดังกล่าวต่อมา หากราคาทะลุผ่านเส้นแนวโน้มนี้ขึ้นไป เป็นการบอกถึงแนวโน้มหุ้นจะเปลี่ยนเป็นขาขึ้น

– ราคาจะลงไปทำจุดต่ำสุดใหม่เรื่อยๆ
– มีการดีดตัวขึ้นบ้าง แต่จะกลับลงไปอีก และไม่สามารถทำ high ใหม่ที่สูงกว่าเดิม
– ระยะการลงมากกว่าขึ้น

รูปแสดงตัวอย่างการลากเส้นแนวโน้มขอขึ้น-ลง

การลากเส้นแนวโน้ม Trendline

 

แนวโน้มที่เคลื่อนตัวไปทางด้านข้าง (SIDEWAYS TREND)

ระดับราคาจะวิ่งอยู่ภายในช่วงแนวรับและแนวต้านในแนวนอน โดยเมื่อราคาเคลื่อนตัวขึ้นและไปพบกับเส้นต้าน ราคาจะดีดตัวลง ในทางตรงกันข้ามเมื่อราคาเคลื่อนที่ไปจนพบกับแนวรับ ก็จะดีดตัวขึ้น โดยเคลื่อนตัวสลับขึ้นลงไปมาในลักษณะแนวระนาบ

– เคลื่อนที่ออกด้านข้างไปเรื่อยๆ
– ระยะการขึ้นลงใกล้เคียงกัน การลากเส้น Trend line

SIDEWAYS TREND

 

“การลากเส้น Trend Line ไม่มีกฏ (Rule) ตายตัว

มีแต่ข้อแนะนำ (Guideline) ในการลากเส้น Trend Line ที่ให้ไอเดียในการเทรด”

 

หวังว่าจะเป็นบทความนี้จะเป็นประโยช์นกับท่านที่กำลังหาไอเดียในการเข้าเทรดนะครับ

 

 

Tags:,

support-and-resistance

เทคนิค การหาแนวรับ แนวต้าน

การหาแนวรับ แนวต้าน แนวที่ราคาขึ้นมาชนแนวเดิมซ้ำๆไม่สามารถผ่านไปได้ เรียกว่า แนวต้าน (Resistance line)ส่วนแนวที่ราคาลงมาที่แนวเดิมซ้ำๆไม่ทะลุลงเรียกว่า แนวรับ (Support line ) แนวรับและแนวต้านไม่จำเป็นต้องลากผ่านที่จุดต่ำสุดหรือสูงสุดเท่านั้น แต่ควรจะลากผ่านหลายๆจุดซึ่งถือว่ามีนัยที่สำคัญกว่า

เมื่อราคาทะลุแนวต้าน แนวต้านเดิมนั้นจะกลายเป็นแนวรับ และเราสามารถคาดการ์ณราคาเป้าหมายในอนาคตได้ คือ เมื่อกระยะความสูงระหว่างแนวรับกับแนวต้านเดิม คือ A ไปวางที่แนวรับอันใหม่ (ของเดิมเป็นแนวต้าน) แล้ววัดขึ้นไป จะได้เป้าหมายของราคาในอนาคต

การหาแนวรับ แนวต้าน

การหาแนวรับ แนวต้าน

เราสามารถใช้จุด high หรือ low ก่อนหน้าเป็น แนวรับแนวต้านได้เช่นกัน จากรูปด้านล่างวงกสมสีแดงเป็น low เดิม หรือเป็นแนวรับ (Support line) เก่า จนเมื่อราคาได้ทะลุลงมา แนวรับนี้จะกลายเป็นแนวต้าน (Resistance line) ทันทีในวงกลมสีน้ำเงิน

การหาแนวรับ แนวต้าน

 

การหาจุดเข้าซื้อ ขาย โดยการใช้ แนวรับ แนวต้าน เข้ามาช่วย
เมื่อทะลุแนวต้านขึ้นไปได้ เรียกว่า break out ซื้อ
เมื่อทะลุแนวรับลงมาได้ เรียกว่า break out ขาย

การหาแนวรับ แนวต้าน ควรใช้คู่กับการตีเส้นแนวโน้ม trend line จะให้ผลที่แม่นยำมากยิ่งขึ้น การลากเส้นแนวโน้มมาผสมกับการหาจังหวะเข้าซื้อ ขาย คือเมื่อลากแนวโน้มขาขึ้นได้แล้วราคา break out ทะลุแนวต้าน (อดีต) ขึ้นไปได้ เป็นจังหวะซื้อที่มักจะถูกทางเสมอ ให้ทยอยซื้อเรื่อยๆ เมื่อทะลุแนวต้าน แต่ควรซื้อให้น้อยลงกว่าครั้งก่อน เพราะอย่าลืมว่าราคาได้ขึ้นไปสูงแล้วควรจะซื้อให้น้อยลงตามหลักการของ Money management เพื่อลดความเสี่ยง

การหาแนวรับ แนวต้าน

 

การใช้ แนวรับ แนวต้าน ในการหา stop loss วินัยเรื่องนี้ถือว่าสำคัญที่สุด

การเข้าเทรดทุกครั้ง เราต้องคิดเสมอด้วยเหตุและผล ว่าเราเทรดเพราะอะไร วางแผนในเทรดครั้งนี้ยังไง เป้าหมายตรงไหน และจุดยอมรับการขาดทุนอยู่ตรงไหน นึกเสมอว่าเข้าเทรดต้องชนะตลาด เมื่อแพ้ก็ยอมมอบตัวให้เร็ว เมื่อชนะตลาดก็รีบเก็บกำไรให้ได้ รู้ว่าตอนไหนควรอยู่เฉย ๆ ตอนไหนควรเล่นสั้น ตอนไหนควรเก็บยาว

จะเห็นว่าแค่เรารู้พื้นฐาน การลากเส้นและแนวรับแนวต้าน สามารถหาได้ทั้งจุดเข้าซื้อ ขาย เป้าหมาย จุดยอมขาดทุน

ฝึกมองภาพกว้างให้ออก โดยไปมองที่ระยะยาวก่อน มาถึงระยะสั้น เช่น กราฟราย Month, Week, Day และ Minute เป็นต้น

Tags:, ,